ทุกฝ่ายปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนั้นสื่อดิจิทัล AI และเทคโนโลยีอื่นๆโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร และอินเตอร์เน็ต รวมไปถึง บริษัทสื่อต่างๆ ผู้ประกอบการ ที่มี อิทธิพลต่อ การสื่อสารของประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่ การบิดเบือนข้อมูลเท่านั้นที่จะทำให้ความมั่นคงในชีวิต ยุ่งยากขึ้น แต่การใช้ข้อมูลร่วมกันในโลกของการสื่อสาร หรือโซเชียลมีเดียต่างๆนั้น ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นผู้กระทำเอง แต่การที่ เราใช้ผลิตภัณฑ์หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ของผู้ประกอบการและ บริษัทเกี่ยวกับการทำซึม หรือแม้แต่ทางภาครัฐทั้งเอกชน ดังนั้นวิธีคิด ที่ถูกต้องก็คือ เรา ควรจะเป็นผู้ให้ข้อมูล ด้วยตนเอง จะเป็นข้อมูล ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในยุคของการสื่อสารที่จะเปลี่ยนแปลง ไปแบบไร้พรมแดน หรือ แพลตฟอร์ม ดิจิทัล ที่มาจากปัญญาประดิษฐ์หรือ AI แบบเต็มรูปแบบ...
วิวัฒนาการและวัฒนาการของ AI เริ่มมาจากการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษย์ชาติ แต่เนื่องจากสังคมปัจจุบัน ผู้คนหลากหลาย กลับใช้ AI ไปในทางที่ผิด ดังนั้นในปัจจุบัน จึงมีทั้งข้อมูลที่ บิดเบือน และข้อมูลที่ เป็นข้อเท็จจริง ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังจะบอกก็คือ เราอาจจะไม่ได้เป็นผู้บิดเบือนหรือเป็นผู้ให้ข้อมูลนั้น แต่บุคคลที่ 3 ที่เขาเคยใช้ข้อมูลเราอยู่ เขาเอาไป Modify หรือเอาไปใช้เชื่อมโยง อะไรมากมาย ตามที่ธุรกิจของเขาได้สร้างเงื่อนไขไว้ตั้งแต่แรกว่าจะใช้ข้อมูลแบบมูลแบบนี้ในข้อตกลงการยินยอมให้ข้อมูลครั้งแรก ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้ใช้งานทั่วไปหรือผู้บริโภค ก็ต้องทำตามเงื่อนไขอยู่แล้ว โดยปริยาย ทางจะใช้แพลตฟอร์มของเขา และบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ แต่ก็มีวิธีการมากมายที่จะปกป้องข้อมูลลูกค้าของตนเองหรือผู้ที่ใช้งาน Application ของตนเองอยู่ แต่ด้วย ว่า แม้แต่บริษัทเองก็ถูกโจมตีเช่นกัน จึงไม่สามารถปกป้องใครได้
สิ่งที่เราควรกระทำก็คือให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับตัวเรา และหยุดการส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือน เมื่อเราพบเห็น ไม่ใช่เห็นคนนั้น พูดบิดเบือนหรือให้ข้อมูลที่ผิดกับส่งต่อ และไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหาย โดยรวม และไม่มีใครคิดถึง ถ้าหาก ไม่มีความรู้เชิงลึกในด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล ยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ง่ายเช่น เราสมัคร ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์แชท หรือสื่อโซเชียลมีเดีย บริษัท 1 แต่คนที่มา ร่วมด้วย มาด้วยเหตุผลการขายของและโฆษณา ไม่ได้มีแค่ตัวเรา และการปิดกั้นต่างๆไม่สามารถปิดกั้นได้ 100% เนื่องจาก เป็นข้อเงื่อนไขของเขาที่จะใช้ข้อมูลร่วมกัน ในสังคมโลกไซเบอร์ อย่าลืมว่าทุกบริษัท เป็นการดำเนิน การ ด้านธุรกิจ ทุกบริษัทมีรายได้ มหาศาล ซึ่งก็มาจากเครือข่ายธุรกิจ ดังนั้น บุคคลธรรมดา บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ใช้ข้อมูลแบบ ไม่ระวัง ก็จะเป็นเหตุ ให้ตัวเองเสียโอกาส ในอนาคต และคนที่จะได้โอกาสก็คือ บริษัทที่ใช้ข้อมูลของเรา
การทำโปรไฟล์ของตัวเอง โดยใช้ข้อ เท็จจริง เป็นจุดเริ่มต้นของการปกป้องตนเองและการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับ ข้อมูลเท็จ ที่สร้างขึ้นโดยเครื่อง หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่าการคัดกรองข้อมูลต่างๆไม่ใช่มนุษย์เป็นผู้คัดกรอง ไม่ใช่มนุษย์เป็นผู้ตรวจสอบเสมอไป AI เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ดึงเอาข้อมูลทุกอย่างมาใช้อย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที นั่นแสดงว่า AI คือผู้ที่ ใช้ข้อมูลของเราร่วมกันหลายๆบริษัท ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆภาษาบ้านๆก็คือ พวก AI ก็คือกลุ่มธุรกิจ ที่จะใช้ประโยชน์ จาก ข้อมูล ที่มนุษย์ป้อนขึ้นไป เพื่อทำให้ ผู้ที่พัฒนานั้น ได้รับผลประโยชน์... ตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่มีการควบคุม ยังไม่มีการ สร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาใช้เอง และมีอำนาจพอที่จะควบคุม ข้อมูลของประชาชนของตนเองให้ปลอดภัย เราจึงต้องร่วมใจ ปกป้องตนเอง โดยเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองง่ายๆ
เมื่อใช้แพลตฟอร์มอะไรใหม่ๆแล้ว จงลืมวัฒนธรรมเดิมเสีย ใช่ไหมก่อนไม่มีเครื่องมือแปลสิ่งเหล่านี้ วัฒนธรรมที่สร้างขึ้นจากคนยุคเดิมๆก็จะไม่ได้คิดถึง สิ่งที่จะเกิดผลกระทบ ซึ่งอาจจะร้ายแรง เหมือนทุกวันนี้ที่เราเห็นข่าวอยู่ สูญเสียทั้งทรัพย์สินทั้งชีวิต ดังนั้นคำว่ามารยาท จึงอาจจำเป็น น้อยกว่า ความถูกต้อง การตัดสินใจที่ทำอะไรเด็ดขาด น้ำใจในการแบ่งปันข้อมูลนั้นไม่มีอยู่ในโลกใบนี้ ถ้าจะมีน้ำใจก็มีอย่างอื่น แต่ข้อมูลไม่ควร จะให้อยู่ใน เรื่องของคุณธรรม เพราะมันไม่เกี่ยวกัน แต่จงใช้ข้อมูลอย่างมีคุณธรรม
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้